วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565

ประเภทดอกไม้

 ประเภทดอกไม้



การจำแนกประเภทของดอกสามารถแบ่งได้หลายประเภทด้วยกัน โดยใช้เกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้

การจำแนกประเภทของดอกไม้

การจำแนกประเภทของดอกสามารถแบ่งได้หลายประเภทด้วยกัน

โดยใช้เกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้

ใช้ส่วนประกอบที่เป็นโครงสร้างหลัก คือกลีบดอก กลีบเลี้ยง
เกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย สามารถแบ่งได้ดังนี้
1.ดอกสมบูรณ์ ( Complete Flower )  คือดอกไม้ที่มีองค์ประกอบของโครงสร้างหลักครบทั้ง  4 ส่วน เช่น ดอกกล้วยไม้ ดอกกุหลาบดอกชบา   ดอกบัว   ดอกมะเขือ เป็นต้น
ดอกไม่สมบูรณ์ (Incomplete Flower ) คือดอกที่โครงสร้างหลักไม่ครบทั้ง 4 ส่วน อาจจะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป เช่น ดอกมะละกอดอกบวบดอกตำลึง   เป็นต้น
ใช้จำนวนเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย
ว่าอยู่ในดอกเดียวกันหรือไม่แบ่งได้ 2 ประเภทคือ
1.       ดอกสมบูรณ์เพศ (Perfect flower)  เป็นดอกมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน เช่นดอกชบา ดอกมะเขืือ  ดอกบัวหลวง
2.       ดอกไม่สมบูรณ์เพศ (Inperfect flower) เป็นดอกที่ขาดเกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมีย ตัวใดตัวหนึ่งบนดอกนั้น  เช่น ตำลึง ดอกบัว





ใช้จำนวนดอกบนก้านชูดอก แบ่งได้ดังนี้


ดอกเดี่ยว (Solitary flower) จะมีดอกดอกเดียวอยู่บนก้านชูดอก 1 ก้าน


เช่น ดอกกุหลาบ ดอกพู่ระหง  ดอกชบา ดอกมะเขือ  ดอกฝรั่งดอกจำปี  ดอกฟักทอง เป็นต้น






ดอกช่อ (Inflorescences flowe) คือดอกที่มีหลายๆ ดอกอยู่บนก้านชูดอก 1 ก้าน

เช่น ดอกหางนกยูง ดอกหอมดอกกุ้ยช่าย ดอกคะน้าดอกขี้เหล็กเป็นต้น



ใช้การติดอยู่บนฐานรองดอก วงต่าง ๆ ของดอกตั้งอยู่บนฐานรองดอกในลักษณะต่างๆ กัน ซึ่งแบ่งได้ 3 แบบคือ
        1.ไฮโพจินนี ( Hypogyny ) คือ สภาพของดอกที่เกสรตัวเมียติดอยู่ที่ปลายฐานรองดอกที่ค่อนข้างยาวโดยอยู่เหนือส่วนอื่น ๆ ของดอก ดอกชนิดนี้เรียก  ว่า ดอกไฮโพจินนัส (Hypogynous flower) ทำให้รังไข่อยู่เหนือฐานรองดอก เรียกว่า ซูพีเรียร์โอวารี (Superior ovary) ตัวอย่างเช่น ดอกมะเขือ มะเขือเทศ จำปี องุ่น มะละกอ ถั่ว ข้าวโพด มะม่วงหิมพานต์ ยี่หุบ บัว ส้ม บานบุรี เป็นต้น
        2.เพริจินนี (Perigyny )  คือสภาพของดอกที่ฐานรองดอกโค้งล้อมรอบเกสรตัวเมียมีลักษณะคล้ายถ้วยแชมเปญ ที่มีเกสรตัวเมียอยู่ตรงกลางส่วนอื่น  ๆ ของดอก คือ กลีบเลี้ยง กลีบดอก และเกสรตัวผู้มาติดที่ขอบฐานรองดอก  จึงล้อมรอบเกสรตัวเมียเรียกดอกชนิดนี้ว่าดอกเพริจินนัส ( Perigynous flower ) ตัวอย่างเช่น ดอกเชอรี กุหลาบ
        3. เอพิจินนี ( Epigynous ) คือสภาพของดอกที่ฐานรองดอกโอบรอบเกสรตัวเมียทั้งหมดทำให้เกสรตัวเมียอยู่ใต้ส่วนอื่น ๆของดอก ดอกแบบนี้จึงเรียก ว่า ดอกเอพิจินนัส ( Epigynous flower ) ทำให้รังไข่อยู่ใต้ฐานรองดอก เรียกว่า อินฟิเรียร์โอวารี ( Inferior ovary ) ตัวอย่างเช่น  ดอกเล็ก ๆ ของทานตะวัน แอปเปิ้ล ทับทิม กล้วย ฝรั่ง ชมพู่ ฟักทอง แตงกวา บวบ พลับพลึง เป็นต้น









วงของดอกไม้



การแบ่งวงของดอกไม้ที่เรียงตัวกันอยู่โดยนับจากด้านนอกเข้ามาสามารถแบ่งได้ด้ังนี้

          วงเคลิกซ์( Calyx ) วงนอกสุดซึ่งเป็นวงของกลีบรองหรือกลีบเลี้ยง ( Sepals )  ส่วนใหญ่แล้วมีสีเขียว กลีบเลี้ยง อาจอยู่แยกกัน เรียกว่า พอลิเซพาลัส( Polysepalous )หรือ อะโพเซพาลัส ( Aposepalous ) เช่น กลีบเลี้ยงของดอกบัวสายและพุทธรักษา  ถ้ากลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน เรียกว่า ซีนเซพาลัส(Synsepalous ) หรือแกโมเซพาลัส ( Gamosepalous ) เช่น กลีบเลี้ยงของดอกชบา ดอกบานบุรี ดอกแค กลีบเลี้ยงของพืชบางชนิดอาจมีสีต่าง ๆ เพื่อ ล่อแมลงให้ช่วยถ่ายละอองเกสร นอกจากนี้ใต้กลีบเลี้ยงของพืชพวกชบา  และพู่ระหง ยังมีกลีบสีเขียวเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ริ้วประดับ ( Epicalyx)อยู่ด้วย

          วงคอโรลลา ( Corola ) วงที่สองหรือวงถัดเข้าไปเป็นวงของกลีบดอก วงนี้มีสีของกลีบดอกแตกต่างกันขึ้นกับรงควัตถุ เช่น แคโรทีนอยด์ ทำให้มีสี เหลืองหรือสีแสด แอนไทไซยานิน (Anthocyanthins ) ทำให้กลีบดอกมีสีม่วงหรือสีน้ำเงินกลีบดอกสีขาวเพราะมีแอนโทแซนทิน( Anthoxanthins )   กลีบดอกอาจเชื่อมติดกัน  เรียกว่า แกโมพาทาลัส ( Gamopetalous ) หรือซีมเพทาลัส (Sympetalous ) ตัวอย่างเช่น ดอกต้อยติ่ง   ดอกมะเขือ  ดอกลำโพง ดอกทานตะวัน ผักบุ้ง ตำลึง ฟักทอง

          วงแอนดรีเซียม( Androcium ) วงที่สามเป็นวงของเกสรตัวผู้ ( Stamens หรือ Microsporophylls ) วงนี้เรียกว่า แอนดรีเซียม ( Androcium ) เกสรตัวผู้แต่ละอันประกอบด้วยก้านเกสรตัวผู้ ( Filament ) ชูอับเรณู ( Anthers ) ภายในมีถุงเรณู ( Pollen sacs  หรือ Microsporangia ) อยู่ 4 ถุงละอองเรณูมีขนาดเล็กจำนวนมากและพืชแต่ละชนิดมีละอองเรณูที่มีรูปร่างแตกต่างกัน

          วงจินนีเซียม ( Gynaecium ) วงที่สี่หรือวงในสุดเป็นวงของเกสรตัวเมีย ( Pistil หรือ Carpel หรือ Megasporophyll ) อาจมีเกสรตัวเมียอันเดียว หรือ หลายอันรวม เกสรตัวเมียแต่ละอัน เรียก คาร์เพล ( Carpel )




















วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565

สุนัข พันธุ์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)

  ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)


ลาบราดอร์ มีลักษณะนิสัยอันเป็นที่รักมากมายทั้ง ฉลาด ฝึกง่าย และเป็นเพื่อนคู่หูของครอบครัวที่ยอดเยี่ยม เขาต้องการการออกกำลังกายระดับปานกลาง แต่หากไม่พาเขาออกกำลังกายหรือทิ้งไว้เพียงลำพัง เขาอาจจะมีพฤติกรรมทำลายข้าวของได้ 

            ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่กำยำ และมีสีเดียวทั้งตัว เขามีรูปร่างเกือบเป็นสีเหลี่ยม ด้วยลำตัวที่แข็งแรงและขาที่มั่นคง เพศผู้มีความสูงมากที่สุดที่ 24 นิ้ว ซึ่งทำให้เขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มสุนัขขนาดกลาง แต่ด้วยร่างกายที่ท้วมกำยำอาจทำให้เขาดูเหมือนตัวใหญ่กว่านั้น เขามีน้ำหนักตั้งแต่ 85 ปอนด์ สำหรับเพศผู้ ไปจนถึง 55 ปอนด์สำหรับเพศเมียที่ตัวเล็กกว่า ในสุนัขสายที่ทำงานในพื้นที่อาจจะมีความสูงมากกว่านี้แต่อาจจะผอมกว่านี้ 

 






        เขาเป็นที่จดจำได้ง่ายจากศรีษะที่กว้าง ฟูตกและดวยตาที่ใหญ่ สัญลักษณ์ประจำตัวของลาบราดอร์ คือขนสองชั้นสั้นหนาซึ่งสามารถป้องกันน้ำได้ดี และหางคล้ายหางของนาก (otter tail) คือหางจะหนาและอวบ เริ่มตั้งแต่ด้านบนยาวตรงมาจนถึงปลายหาง เท้าเรียงเป็นแพร (webbed) คือมีผิวหนังที่ยาวเชื่อมระหว่างนิ้วเท้าเพื่อช่วยในการว่ายน้ำ สีของขนมีตั้งแต่สีดำ ไปจนถึงช็อคโกแลต และแดง/เหลือง ไปจนถึงเกือบขาว




        ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ โตเต็มวัยเร็วปานกลาง เขาจะมีความสูงเด็มตัวเมื่ออายุตั้งแต่ 6 ถึง 12 เดือน แต่ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะค่อยๆเพิ่มเล็กน้อยไปจนถึงอายุ 2 ปี ลาบราดอร์ หลายตัวมีอายุยืนจนถึง 12 - 14 ปี 







 ลักษณะนิสัย:

ปกติแล้ว ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขครอบครัวที่ดี ตราบเท่าที่คุณระลึกไว้เสมอว่าเขาต้องการการฝึกฝนและออกกำลังกาย สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำงานและขยัน เขาชอบที่จะมีอะไรให้เขาทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บสิ่งของเขามักจะดีกับเด็ก สุนัขและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นตราบเท่าที่การฝึกได้ลดนิสัยโดยธรรมชาติของเขาลง เขาเป็นสุนัขที่แข็งแรงและต้องการการฝึกให้เชื่อฟังตั้งแต่อายุยังน้อย หรือเราอาจจะเคยเห็นเขาลากเจ้าของเขาให้ลงมาที่ถนน ด้วยธรรมชาติทีกระตือรือล้น หากเขาถูกปล่อยไว้เพียงลำพังหรือว่าไม่ได้รับการออกกำลังกายที่ดี เขาอาจจะมีพฤติกรรมที่ไม่ดีได้ เช่น กัดแทะ ขุด หรือว่าเห่ามากเกินไป

ลาบราดอร์สายที่มาจากการทำงานในพื้นที่ จะมีระดับพลังงานที่สูง ในขณะที่ตัวที่มาจากสายที่จัดแสดงจะเป็นชอบนอนบนโซฟาไปวันๆ ตังแต่อายุยังน้อย การกัดแทะอาจเป็นปัญหาของสายพันธุ์นี้เนื่องจากนิสัยชอบเก็บของอาจทำให้ปากขอเขาต้องการบางสิ่งยึด ของเล่นสำหรับเคี้ยว การออกกำลังกายและการฝึกจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ 



อาศัยกับ:
                ลาบราดอร์มีลักษณะนิสัยลาบราดอร์ มีลักษณะนิสัยอันเป็นที่รักมากมาย ลาบราดอร์ มีลักษณะนิสัยอันเป็นที่รักมากมายทั้ง ฉลาด ฝึกง่าย และต้องการทำงานร่วมกับคน  พวกเขาดูแลง่ายและอาจจะมีภาวะน้ำหนักเกินได้ง่ายหากไม่ได้รับการออกกำลังกาย นอกจากนี้สัดส่วนของอาหารที่รับประทานก็มีความสำคัญ เขาเป็นคู่หูของครอบครัวที่ดีเนื่องจากเขาต้องการคลุกคลีอยู่กับมนุษย์และไม่ใช่สุนัขที่จะอยู่แต่ในที่ของตน
ลาบราดอร์มีแนวโน้มที่จะปกป้องบ้านและครอบครัวของเขา แต่เขาก็มักจะมีความสุขกับการได้ต้อนรับเพื่อนๆด้วยเช่นกัน โดยสัญชาตญาณในการเก็บของ อาจจะพัฒนาไปสู่นักกัดแทะได้หากไม่ได้เตรียมของเล่นหรือแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับเขา นอกจากนี้เขามีแนวโน้มที่จะเลีย (mouth) คนซึ่งทางแก้ปัญหาที่ง่ายคือการให้ของเล่นแก่เขาเพื่องับเดินไปรอบๆ ดังนั้นปากของเขาก็จะไม่ว่าง เขาเป็นสุนัขที่แข็งแรงมาก การฝึกเดินพร้อมสายจูงตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นสิ่งจำเป็น
                สุนัขพันธุ์นี้มีขนสองชั้นจึงช่วยให้ร่างกายอบอุ่นในระหว่างการว่ายน้ำในน้ำเย็น แต่ขณะเดี๋ยวกันก็ทำให้เขาถูกจัดอันดับให้อยู่ในสุนัขที่มีการผลัดขนสูง  โดยปกติแล้วการดูแลทำความสะอาดขนสามารถทำได้สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง แต่อาจจะต้องเพิ่มเป็นทุกวันในช่วงผลัดขน ความต้องการในการออกกำลังกายจะแตกต่างออกไปตามสายกำเนิดของสุนัข เช่นสุนัขที่ทำงานในพื้นที่สามารถที่จะวิ่งได้ทั้งวัน ในขณะที่สุนัขที่เพื่อการจัดแสดงจะต้องการการออกกำลังกายเพียงปานกลางเท่านั้น


ประวัติ:

            ในช่วงต้นปี 1800 บางส่วนของสุนัขอเนกประสงค์ที่ใช้ในทวีปอเมริกาเหนือ (ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศแคนาดา) ถูกส่งกลับไปยังประเทศอังกฤษ  ซึ่งมีสุนขหลายตัวในประเภท "สุนัขล่าสัตว์ในน้ำ" (water dog) เป็นชนิดนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland)  แต่สุนัขที่มีขนาดเล็กมักจะถูกเรียกว่า "เซนต์จอห์น" ทั้งนี้ ในประเทศอังกฤษสายพันธุ์สุนัขได้รับการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ (อาจจะมีการเพิ่มชนิดของขนเรียบเข้าไป) จนกลายเป็นสายพันธุ์ที่เรารู้จักในปัจจุบัน


            จากชื่อของพวกเขา ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ได้รับการพัฒนาและคัดเลือกจากคุณสมบัติการเก็บสัตว์ที่ล่าที่โดดเด่นของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในน้ำ พวกเขาได้ทำงานเป็นคู่หูกับพรานล่าเป็ดในสภาพอากาศทุกชนิดและเงื่อนไข ความฉลาดและความชื่นชอบในการทำงานของพวกเขาได้นำให้เขาถูกนำไปใช้ในงานอื่น ๆ อีกมากมาย และมีสถานะเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในปัจจุบัน ปัจจุบัน ลาบราดอร์มีความสามารถทั้งด้านการให้บริการ เป็นสุนัขนำทาง สุนัขดมกลิ่นในกองทัพ ศุลกากร และงานด้านกู้อัคคีภัย สุนัขค้นหาและกู้ภัย  รวมถึงเป็นคู่หูในการล่าสัตว์และในการแสดง


            ด้วยสายพันธุ์นี้มีลักษณะนิสัยที่ดีตามธรรมชาติจึงทำให้เขาได้รับการจัดอันดับเป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากเขามีชื่อเสียงเป็นสัตว์เลี้ยงในร่ม เขาก็ยังเป็นได้มากกว่าสุนัขที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เราควรระลึกไว้เสมอว่าลาบราดอร์รีฟเวอร์เป็นสุนัขทางน้ำจากหัวใจ ดังนั้นในช่วงแรกลูกสุนัขจะชื่นชอบอย่างยิ่งที่จะคาบสิ่งต่างๆรอบตัวชื่นชอบน้ำมาก แม้กระทั่งแค่ไม้พายก็ตาม!




































5 ที่เที่ยวทะเลสาบเมืองไทย

5 ที่เที่ยวทะเลสาบเมืองไทย   อากาศแบบนี้ไปนั่งเรือเล่นเก็บบรรยากาศชิลๆที่ทะเลกันดีกว่า แต่ไม่ใช่ทะเลน้ำเค็มอย่างที่คุณคิดไว้แน่นอน เพราะวัน...